ประโยชน์และสรรพคุณกะเพรา มีอะไรบ้าง
Home » ประโยชน์และสรรพคุณกะเพรา มีอะไรบ้าง ทานอย่างไรให้ดีต่อร่างกายมากที่สุด

ประโยชน์และสรรพคุณกะเพรา มีอะไรบ้าง ทานอย่างไรให้ดีต่อร่างกายมากที่สุด

ต้นกะเพราะ คือ พืชสมุนไพรที่มีมาอย่างยาวนาน สามารถนำไปใช้ทำอาหารได้อย่างหลากหลาย ทั้งกระเพรายังมีสรรพคุณเป็นยา ช่วยรักษาอาการต่าง ๆ มีรสเผ็ดร้อน และเผ็ดฉุน ซึ่งเราเชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักกับกะเพราเป็นอย่างดี แต่อาจยังไม่รู้ว่ากะเพรามีกี่ประเภท ดังนั้นบทความนี้ Healthsturdy จะพาคุณไปรู้จักกับกะเพราให้มากขึ้นว่าคืออะไร มีกี่ประเภท มีประโยชน์และมีสรรพคุณอะไร และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง 

ทำความรู้จักต้นกะเพราสมุนไพรไทย

กะเพรา คือ พืช ผัก และสมุนไพรไทยชนิดหนึ่งที่ขึ้นในเขตเมืองร้อน และนิยมนำไปประกอบอาหารเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากจะสามารถนำกะเพราไปประกอบอาหารได้แล้ว ก็ยังสามารถนำมาไปเป็นสมุนไพร ใช้รักษาอาการต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี มีลักษณะเป็นขอบหยัก มีขนที่บริเวณก้านใบเล็กน้อย  และยังมีกลิ่นเฉพาะตัวที่แสดงให้รู้ว่านี่แหละ คือ กะเพรา

กะเพรา แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

กะเพรา แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.กะเพราขาว : นิยมนำมาใช้ในการประกอบอาหารเป็นหลัก แบบที่พวกเราชอบกินกันในร้านอาหารตามสั่ง

2.กะเพราแดง : มีการออกฤทธิ์ที่แรงกว่ากะเพราขาว นิยมใช้กะเพราแดงในสรรพคุณทางยา เช่น นำประโยชน์จากส่วนใบและยอดมาทำเป็นสมุนไพร

กะเพรา แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

ประโยชน์ของกะเพรา มีอะไรบ้าง

ส่วนใบและยอด: ทั้งแบบสดและแบบแห้ง มีรสชาติเผ็ดฉุน นิยมนำมาใช้แก้จุกเสียด อาการแน่นอนท้อง รักษาโรคกระเพาะ รวมถึงใช้ลดน้ำตาลในเลือด และใช้บดเป็นยานัตถุ์แก้คัดจมูกได้เป็นอย่างดี

ส่วนรากและต้น: มีรสชาติเผ็ดร้อน นิยมนำมาใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาชับเหงื่อ แก้พิษตานซาง สันนิบาต แก้อาการท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยบำรุงธาตุต่าง ๆ ในร่างกาย

สรรพคุณกะเพราะ มีอะไรบ้าง

  1. ใบกะเพราสามารถช่วยดับกลิ่นปากได้ (ใบ)
  2. ช่วยบำรุงธาตุไฟในร่างกาย (ใบ)
  3. นำมาทำเป็นยาอายุวัฒนะ (ใบ)
  4. ทำให้ร่างกายอบอุ่นและช่วยป้องกันหวัด (ใบ)
  5. ทำเป็นยารักษาตานขโมยสำหรับเด็ก ยาแก้ทางเด็ก ฯลฯ
  6. นำมาชงหรือต้มกับน้ำร้อนเพื่อดื่ม ช่วยรักษาโรคธาตุพิการ (ราก)
  7. ช่วยแก้อาการคลื่นเหียนอาเจียน (ใบ)
  8. ช่วยแก้อาการปวดมวนท้อง (ใบ)
  9. ช่วยขับลม แก้อาการปวดท้องอุจจาระ (ใบ)
  10. ช่วยขับลมในกระเพาะ (ใบ)
  11. ช่วยแก้อาการจุกเสียด แน่นท้อง (ใบ)
  12. ช่วยแก้ลมซานตาง (ใบ)
  13. ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ (น้ำสกัดจากทั้งต้น)
  14. ช่วยย่อยไขมัน (น้ำสกัดจากทั้งต้น)
  15. ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร (น้ำสกัดจากทั้งต้น)
  16. ช่วยขับน้ำดี (น้ำสกัดจากทั้งต้น)
  17. ช่วยแก้ลมพิษ โดยจะนำมาตำผสมกับเหล้าขาว จากนั้นจึงนำมาทาบริเวณที่เป็นลมพิศ (ใบ)
  18. ใช้ทำยารักษากลากเกลื้อน โดยใช้ใบสดมาขยี้ให้น้ำออก แล้วทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนจนกว่าจะหาย (ใบ)
  19. กะเพราแดงใช้เป็นยารักษาหูด ขยี้แล้วทาบริเวณที่เป็นหูดเช้า-เย็น จนกว่าหัวหูดจะหลุดออกมา (ใบสด)
  20. ใช้ทาช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย  ซึ่งจะตำผสมกับเหล้าขาว แล้วนำมาทาบริเวณที่ถถูกกัด โดยห้ามกินเด็ดขาด เพราะมีสารยูจีนอล ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารได้นั่นเอง (ใบ)
  21. ช่วยยับยั้งสารอะฟลาทอกซิน สารพิษในอาหารซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็ง (สารสกัดจากะเพรา)
  22. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคและฆ่าจุลินทรีย์บางชนิด (น้ำมันใบกะเพรา)
  23. ช่วยขับไขมันและน้ำตาลส่วนเกินออกจากร่างกาย ป้องกันโรคเบาหวาน (ใบ)
  24. ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมให้กับสตรีหลังคลอดบุตร (ใบสด)
  25. นำมาใช้พอกตาเมื่อมีฝุ่นละอองเข้าตา (เมล็ด)
  26. นำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยด้วยการต้มกลั่นจนได้เป็นน้ำมันระเหย (ใบและกิ่งสด)
  27. นำมาขยี้แล้ววางไว้บริเวณใกล้ตัว จะช่วยไล่ยุง ฆ่ายุง เพราะน้ำมันกะเพราที่ถูกขยี้ออกมามีคุณสมบัติในการช่วยไล่ยุง (ใบสดและกิ่งสด)
  28. ช่วยล่อแมลง ทำให้แมลงวันทองบินมาตอมน้ำมัน (น้ำมันสกัดจากใบสด)
  29. ช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ เมื่อนำไปประกอบอาหาร (ใบ)
ควรกินใบกะเพราอย่างไร ให้ดีต่อร่างกายมากที่สุด

ควรกินใบกะเพราอย่างไร ให้ดีต่อร่างกายมากที่สุด

  • กินกะเพราในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป เพราะอาจส่งผลอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้
  • หากต้องเข้าผ่าตัด ควรหยุดกินกะเพราก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้เลือดออกมากขึ้นในระหว่างและหลังการผ่าตัด
  • หากใช้ยาเพนโทบาร์บิทอล ควรหลีกเลี่ยงการกินกะเพรา เพราะถ้ากินร่วมกับกะเพรา ก็อาจทำให้เกิดการง่วงมากขึ้น 

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการกินกะเพราที่เยอะเกินไป

  • เพราะกะเพราเป็นพืชมีรสเผ็ดร้อน เมื่อกินกะเพราในปริมาณที่มากเกินไป ก็อาจส่งผลทำให้เกิดอาการร้อนในได้
  • กะเพรามีอยู่ทั้งหมด 2 ประเภท ซึ่งควรเลือกใช้กะเพราขาวในการนำไปประกอบอาหาร แต่หากต้องการนำไปใช้เป็นยาสมุนไพรช่วยรักษา ให้เลือกใช้กะเพราแดง เนื่องจากมีฤทธิ์ทางยาที่แรงมากกว่า
  • สำหรับใครที่ใช้กะเพราไปทำเป็นยาสมุนไพร ก็ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และไม่ควรใช้ติดต่อเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจส่งผลอันตรายต่อร่างกายได้

ก็จะเห็นได้ว่ากะเพรา เป็นพืชสมุนไพรที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นพืชที่สามารถนำมาทำเป็นอาหาร และยังแฝงไปด้วยสรรพคุณช่วยรักษาโรคต่าง ๆ มากมาย เรียกได้ว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์หลายด้านมาก ๆ 

และสำหรับใครที่ชื่นชอบการกินกะเพราเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็คงจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับอาการท้องอืด ท้องผูกอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการกินกะเพรา ก็ควรจะกินในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากไป ไม่น้อยไป เพราะหากกินมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้นั่นเอง